เมื่อคุณอยากซื้อรถมือสองแต่ไม่อยากเสียเวลาและค่าน้ำมันรถขับไปสอบถามรายละเอียดถึงที่ คุณก็สามารถโทรสอบถามกับทางร้านรับซื้อรถมือสองได้เลย สิ่งที่คุณต้องถามเมื่อต้องการซื้อรถมือสอง คือ เลขไมล์มีระยะเท่าไรแล้ว ถ้ามากกว่าสามหมื่นกิโลเมตร หรือน้อยกว่าห้าพันกิโลเมตรในหนึ่งปี

จะต้องถามต่อไปอีกว่าเพราะอะไรเลขไมล์เยอะ เพราะบางกรณีรถที่เข็มไมล์เยอะอาจจะดีกว่ารถที่เข็มไมล์น้อยก็ได้ เพราะรถที่วิ่งระยะยาวนั้นเครื่องยนต์จะทำงานได้ดีกว่ารถยนต์ที่วิ่งแล้วจอด หรือวิ่งแค่ระยะสั่นๆ จะต้องถามอีกว่ารถมีอุปกรณ์เสริมอะไรติดรถมาบ้าง

มันเป็นสิ่งที่คุณควรจะต้องถาม ยิ่งเรื่องอุปกรณ์หลัก เช่น ครุยส์คอนโทรล กระจกไฟฟ้า เบาะปรับไฟฟ้า ระบบแอร์ เกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต้ แอร์แบ็ค กระจกหลังปรับไฟฟ้า เป็นต้น เพราะการที่คุณสอบถามอีกครั้งคุณจะได้คำตอบมากขึ้น สอบถามสภาพของรถ ลองถามจากคำถามกว้างๆ ก่อน เช่น รถมีสภาพนางฟ้าไหม จากนั้นก็ค่อยๆ เจาะลึกไปเรื่อยๆ เพราะคำถามที่มีไปเรื่อยๆ

คำตอบจากคนขายก็จะมีออกมาเรื่อยๆ สอบถามสภาพภายในและภายนอกของตัวรถ ถ้าคุณคิดว่าคำถามก่อนหน้านี้มันยังหาคำตอบให้คุณ คุณอาจถามให้เจาะจงมากขึ้น เช่น รถคันนี้เคยชนมารึเปล่า และคำตอบจากคนขายส่วนใหญ่จะตอบว่าไม่เคยชน

อาจจะมีโดนขีดข่วนบ้างแต่ไม่หนัก คุณควรถามต่อไปว่าการชนเล็กน้อยนั้นเป็นอย่างไร ซ่อมไปแพงไหม ใช้เวลาซ่อมนานแค่ไหน หรืออาจจะถามชื่ออู่ที่ทำการซ่อมรถว่าอยู่ที่ไหน

ข้อมูลเหล่านี้เองที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าคุณควรไปต่อกับรถคันนี้ไหม ต้องถามด้วยว่ารถมีมีบุ๊คเซอร์วิสไหม

เพราะการมีบุ๊คเซอร์วิสเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าของรถที่คุณกำลังสนใจอยู่เขาดูแลเอาใจใส่รถคันนี้ดีในระดับไหน และคุณก็สามารถเช็คได้ว่ารถคันนี้มีการเข้าตรวจเช็คสภาพตรงตามที่กำหนดหรือไม่

เพราะคุณต้องรู้ว่ามีอะไหล่ชิ้นไหนที่ถูกเปลี่ยนออกไปตามสภาพการใช้งานบ้าง มันก็ยังมีคำถามอีกมากมายแต่วันนี้ยกตัวอย่างเพียงเท่านี้ก่อน